การปลูก ผักหวานบ้าน

ผักหวานบ้าน เป็นผักพื้นบ้านอีกชนิดหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้บริโภค เพราะเป็นผักธรรมชาติและสมุนไพร ที่ใช้ประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด ยังมีคนไทยอีกเป็นจำนวนมากที่ไม่รู้จักและไม่เคยกินอาหารจากผักหวานบ้าน แต่ถ้าได้ลองชิมแล้ว จะติดใจในรสชาติขณะนี้ ผักหวานบ้านสามารถนำมาปลูกในเชิงพาณิชย์และผลิตเป็นผักพื้นบ้านปลอดสารพิษที่มีการซื้อ—ขายกันถึงกิโลกรัมละ 30 —120 บาท(ช่วง พ.ศ. 2559—2560) และจัดเป็นผักพื้นบ้านที่ปลูกง่าย แต่ไม่ทนแล้ง สามารถเก็บยอดขายได้ตลอดทั้งปี

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ผักหวานบ้าน หรือมะยมป่า เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ลำต้นแข็งตั้งตรง เปลือกต้นขรุขระสีน้ำตาล กิ่งอ่อนสีเขียวเข้มผิวเรียบใบประกอบ มีก้านใบยาวประมาณ 10 -15 เซนติเมตร มีใบย่อยแตกเป็นคู่คล้ายขนนกใบย่อยรูปกลมโคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ สีเขียวเข้ม มีแถบสีขาวบริเวณกลางใบดอก เป็นดอกเดี่ยว ออกบริเวณซอกใบเรียงตามก้านใบ โดยมีใบปกอยู่ด้านบนมีขนาดเล็กคล้ายดอกพุทรา ดอกมี 2 ชนิดคือ ดอกสีเขียวอมเหลือง และดอกสีน้ำตาลแดงผล ผลทรงกลมสีเขียวอ่อน เมื่อแก่เต็มที่มีสีขาวอมเหลือง ภายในผลแบ่งเป็น 6 พูพูละ 1 เมล็ดเมล็ด เมล็ดรูปครึ่งวงกลมเปลือกเมล็ดสีน้ำตาลเข้มหนาและแข็ง
ประโยชน์ทางสมุนไพรของผักหวานบ้าน มีมากมายเช่น ใบปรุงเป็นยาเขียวใบและรากตำให้ละเอียดพอกฝี รากต้มเป็นยาแก้ไข้ นอกจากนั้น ผักหวานบ้าน ยังมีธาตุอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายได้แก่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส และแมกนีเซียม ซึ่งช่วยในการยืดหดของกล้ามเนื้อ แคลเซียมยังช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง นอกจากนี้ ผักหวานบ้านยังมีเบตาแคโรทีน จัดเป็นแอนติออกซิแดนท์ตัวหนึ่ง เมื่อเปรียบเป็นวิตามิน เอ แล้วก็จะช่วยบำรุงสายตาให้สามารถมองเห็นในที่สลัวๆได้ดี
ประโยชน์ของผักหวาน
ผักหวานบ้าน มีโปรตีนสูงถึงร้อยละ 7.6 มีคาโรทีนอยด์ วิตามินบีและวิตามินซีสูงเก็บยอดมาทำอาหารโดยปรุงใหสุ้ก สลับผลัดเปลี่ยนกับอาหารมีประโยชนอ์ ื่นๆ เปน็ ผักปลอดสารพิษเพราะมีแมลงรบกวนน้อย ใบอ่อนผักหวานบ้านสามารถใช้ประกอบอาหารได้หลายชนิด เช่นผักหวานผัดน้ำมันหอย ผัดไฟแดง แกงเลียง แกงส้ม แกงจืด ชุบแป้งทอด ก๋วยเตี๋ยวผักหวานยำผักหวาน (ต้องลวกน้ำร้อนก่อน)
หมายเหตุ ไมค่ วรกินผักหวานบา้นแบบดิบๆ เพราะจะทำใหท้ อ้ งผูกและเวียนศีรษะ(เนื่องมาจากอัลคาลอยด์ papaverine ที่พบในใบผักหวานบ้าน) ควรปรุงให้สุกทุกครั้ง
การปลูกและขยายพันธุ์
การเลือกพื้นที่ ต้องเลือกพื้นที่ให้เหมาะสม เป็นพื้นที่ที่อยู่กลางแจ้ง ได้รับแสงแดดตลอดวัน ไม่มีร่มเงาของต้นไม้บัง เพราะว่าถ้ามีร่มเงาจะทำให้ผลผลิตลดลงถึง 50 -60% ในขณะที่ปลูกจะต้องดูแลรดน้ำให้ดินมีความชื้นอยู่เสมอ เป็นพืชที่ต้องการน้ำมากจึงจะให้ผลผลิตดี การปลูกผักหวานก็เหมือนการปลูกพืชทั่วไป ต้องไถเตรียมดินทิ้งไว้ก่อน แล้วจึงขุดหลุมปลูก การเตรียมดิน ทำการไถดะตากดินทิ้งไว้ 7-15 วัน เพื่อให้แสงแดดช่วยฆ่าเชื้อโรคแล้วจึงไถแปรพร้อมใส่ปุ๋ยอินทรีย์ได้แก่ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยน้ำหมัก อัตราไร่ละ1,000 -2,000 กิโลกรัม หรือใช้ปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ดอัตราไร่ละ 400 กิโลกรัมก็ได้ และ ทำการไถยกร่องตามพื้นที่ขนาดความกว้างประมาณ 1.5 -2 เมตร
การขยายพันธุ์
ผักหวานบ้าน ขยายพันธุ์ได้ 2 ทาง คือ การปักชำและการเพาะจากเมล็ด แต่การปักชำจะได้ผลผลิตเร็วกว่า
วิธีปักชำ
โดยตัดกิ่งจากต้นพันธุ์ที่ไม่แก่และอ่อนเกินไป ความยาวกิ่งละประมาณ 6 นิ้ว และมีตา 3-4 ตา ปักชำในถุงชำที่ใส่ขี้เถ้าแกลบดำ พักไว้ในเรือนเพาะชำ รดน้ำเช้า -เย็นประมาณ 1 เดือน นำไปปลูกได้
วิธีปลูก
นำกิ่งพันธุ์ผักหวานที่ได้ทำการขยายพันธุ์โดยการปักชำไว้แล้วนานประมาณ1 เดือน นำมาปลูกในแปลงยกร่อง หรือขุดหลุมปลูก โดยใช้ระยะ 30-50เซนติเมตรหรือระยะ 50-50เซนติเมตร แล้วคลุมด้วยฟาง เพื่อรักษาความชื้นและป้องกันวัชพืชขึ้น
หมายเหตุ – ถ้าใช้ระยะระหว่างต้นระหว่างแถว 50-50 เซนติเมตร 1 ไร่จะปลูกได้ ประมาณ 6,000 ต้น ต้องเตรียมกิ่งชำให้เพียงพอ การใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก รองก้นหลุม ในแต่ละหลุมที่ปลูกจะประหยัด
ปริมาณปุ๋ยได้มาก
การดูแลรักษา
เมื่อผักหวานอายุ 1 เดือน ควรกำจัดวัชพืชโดยใช้แรงงานคน พร้อมใส่ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ด อัตราต้นละ 1 กำมือ หรือประมาณ 50 กิโลกรัม/ไร่ ผักหวานบ้านเป็นผักต้องการน้ำทางใบมากกว่าทางราก ถ้าใช้สปริงเกอร์ให้น้ำจะสะดวกและประหยัดแรงงานควรมีการเพิ่มแร่ธาตุในดินโดยการใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักชีวภาพ เพื่อเป็นอาหารแก่ต้นพืชและทำให้ดินร่วนซุย
จะไม่ใช้สารเคมี เพราะผักหวานบ้านจะไม่ชอบสารเคมี เมื่อใช้สารเคมีจะเกิดอาการใบหงิกการ เก็บผลผลิตนั้นสามารถเก็บได้ตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป นับจากวันปลูก เพราะยิ่งมีการตัดยอดจะทำให้แตกยอดมากขึ้นเรื่อยๆ ควรเก็บผักหวานบ้านสัปดาห์ละ 1 ครั้งเพื่อให้ผลผลิตเก็บได้นานๆ ผลผลิตจะได้ประมาณไร่ละ 100 -200 กิโลกรัม/เดือน(ถ้าดูแลรดน้ำให้ดี จะเก็บได้มากถึง 300 กิโลกรัม) สามารถเก็บผลผลิตได้ตลอดทั้งปี ราคาจำหน่ายอยู่ที่กิโลกรัมละ 30 -120บาท (พ.ศ. 2559-2560)
การเพิ่มมูลค่าผักหวานบ้าน
ตลาดผักหวานบ้านเมื่อประมาณปี พ.ศ.2540 ถือว่าราคาดีมาก ราคายอดผักหวานบ้านที่จำหน่ายอยู่กิโลกรัมละ 150 -250 บาท จึงทำให้เกษตรกรสนใจปลูกกันมากขยายพื้นที่ไปจังหวัดต่างๆ ต่อมาในช่วง พ.ศ. 2550 -2551 เกษตรกรมีการปลูกผักหวานบ้านกันมากขึ้น ราคาผลผลิตจึงตกลงเหลือกิโลกรัมละ 60 -70 บาท ดังนั้น จึงต้องหาวิธีการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ผักหวานบ้าน เพราะในตัวผักหวานบ้านเองนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการมากมีแคลเซียมสูง ช่วยทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง มีเบต้าแคโรทีน ช่วยในการต้านโรคมะเร็ง และคุณค่าทางโภชนาการอื่นๆ อีกมากมาย
ตรงนี้ถือว่าเป็นจุดขายของผลิตภัณฑ์ผักหวานบ้านนอกจากยอดสดๆ ของผักหวานบ้านที่เป็นรายได้หลักแล้ว ยังสามารถนำผลิตภัณฑ์จากผักหวานบ้านที่แปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าได้อีกหลายอย่าง เช่น ผักหวานบ้านดอง ขนมเปียกปูนผักหวานบ้านวุ้นผักหวานบ้าน ทองม้วนผักหวานบ้าน ไอศกรีมผักหวานบ้าน น้ำผักหวานบ้านทุกผลิตภัณฑ์ที่ทำจำหน่ายนั้นผลตอบรับจากผู้บริโภคถือว่าดีมาก โดยเฉพาะไอศกรีมที่ผู้บริโภคให้ความสนใจมาก
ผลิตภัณฑ์น้ำผักหวานบ้าน
ผักหวานบ้านที่ใช้ในการทำน้ำผักหวานบ้านนี้จะใช้ใบแก่เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนที่ขายไม่ได้ต้องคัดทิ้งไป และใช้ส่วนที่เป็นยอดด้วยเล็กน้อย
วิธีการทำ
1.ใบผักหวานบ้าน 3 กิโลกรัม นำมาล้างให้สะอาดต้มกับน้ำสะอาด 20 ลิตร ต้มให้เดือด พักให้เย็น
2.นำใบมาปั่นให้ละเอียด (น้ำต้มครั้งแรกให้เก็บไว้ก่อน)
3.นำมากรองด้วยผ้าขาวบาง 2-3 ครั้ง เพื่อแยกกากออก
4.นำมาต้มอีกครั้งรวมกับน้ำต้มครั้งแรก และปรุงรสด้วยน้ำตาล 8% เกลือ 2% จนกลายเป็นน้ำผักหวานบ้านที่มีรสชาติดีแช่เย็นก็ได้ ทำให้เก็บได้นานวัน
ผักหวานบา้น 1 กิโลกรัม สามารถผลิตเปน็ น้ำผักหวานบา้นได้ 20 ขวด สามารถเพิ่มมูลคา่จากใบผักหวานบา้นแกที่ขายไมไ่ดต้ อ้ งทิ้งเปน็ จำนวนมากมาเปน็ เงินกวา่ 200 บาท ตอ่ กิโลกรัมเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มผู้ผลิตผักหวานบ้านได้มากน้ำผักหวานบ้าน ที่นำมาขายเพื่อเปิดตลาด น่าจะได้ผลตอบรับที่ดีเพราะรสชาติดีไม่เหม็นเขียว ถ้าจะผลิตน้ำผักหวานบ้านบรรจุขวดแล้วแช่เย็นจะขายราคาประมาณ 10 -15 บาทเพราะราคาประมาณนี้ จะขายได้ง่าย อีกทั้งคุณค่าทางโภชนาการของน้ำผักหวานบ้าน ซึ่งเป็น น้ำสุขภาพ จะทำให้คนสนใจกันมากพอสมควรแล้ว

ป้ายกำกับ:, , , , ,

Leave a Reply