การปลูกดาวเรืองตัดดอก

คู่มือเทคนิคการปลูกดาวเรืองตัดดอก

การดูเเลต้นกล้า การย้ายปลูกต้นกล้า การเตรียมแปลง การย้ายปลูก และวิธีดูแลหลังย้ายปลูก

เอกะพาปลูก มีคู่มือการปลูกดอกดาวเรือง จากเมล็ดพันธุ์ดาวเรืองมาฝากกันจ๊า หลายๆท่านอาจจะรู้จักการปลูกดอกดาวเรืองกันบ้างแล้ว ในตอนนี้ เอกะพาปลูก มีวิธีการปลูกแบบง่ายๆ เข้าใจง่ายๆ จากเมล็ดพันธุ์ดอกดาวเรือง มาแนะนำค่าา เอกะพาปลูกขอแบ่งเป็น 4 ตอนย่อย ฝากติดตามกันด้วยนะคะ ตอนนี้มารู้จักตอนที่ 1 ของการปลูกดอกดาวเรืองกันดีกว่า

ตอนที่ 1 การเตรียมเพาะเมล็ดดาวเรือง และ วิธีการเพาะเมล็ดดาวเรือง
✿ วัสดุอุปกรณ์

(1.) ถาดเพาะ 200 หรือ 288 หลุม

(2.) พีทมอส (วัสดุเพาะ)

(3.) เมล็ดพันธุ์ดาวเรือง (

(4.) Forcep (คีมคีบ)

(5.) ตะกร้าสำหรับกลบเมล็ดดาวเรือง

(6.) ถังพ่นสารเคมี

(7.) สารป้องกัน และกำจัดเชื้อรา (โพรพาโมคาร์บ หรือ เมทาแลกซิล)

(8.) ถุงมือ (ป้องกันสารเคมี)

วัสดุเพาะต้นกล้าดอกดาวเรืองที่เอกะพาปลูก แนะนำเป็นวัสดุเพาะที่ผ่านการทดลองใช้แล้ว โดยมีคุณสมบัติ คือ มีความละเอียดปานกลาง ร่วนซุย ระบายน้ำ และระบายอากาศได้ดี เหมาะสมอย่างยิ่งต่อการเพาะเมล็ดพันธุ์

✿ วิธีการเพาะเมล็ดดาวเรือง

(1.) เตรียมน้ำสำหรับผสมวัสดุเพาะดอกดาวเรืองโดยผสม โพรพาโมคาร์บ อัตรา 0.4 ซีซี ต่อน้ำ 1 ลิตร หรือ เมทาแลกซิล 1 กรัม ต่อน้ำ 1 ลิตร เพื่อป้องกันโรคเน่าคอดิน

(2.) ผสมน้ำที่เตรียมไว้กับพีทมอส โดยค่อยๆ เติมน้ำทีละนิด คลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นลองบีบวัสดุเพาะเพื่อทดสอบว่า น้ำเข้ากับวัสดุเพาะได้ดีหรือไม่ หากบีบแล้วมีน้ำออกมาเล็กน้อยตามร่องมือ และวัสดุเพาะเกาะกันเป็นก้อนดีถือว่าใช้ได้ หากมีน้ำไหลออกมามากเกินไป ให้ผสมวัสดุเพาะเพิ่ม หรือไม่มีน้ำซึมออกมาแสดงว่าน้ำน้อยเกินไป ให้เพิ่มน้ำและบีบทดสอบอีกครั้ง

(3.) นำวัสดุเพาะดอกดาวเรืองที่เตรียมไว้ใส่ถาดเพาะ 200 หรือ 288 ให้เต็มหลุม กระแทก ถาดเพาะ 1 ครั้งเพื่อให้วัสดุเพาะดาวเรืองลงถึงก้นหลุม เติมวัสดุเพาะดาวเรืองให้เต็มและปาดให้เรียบพอดีกับหลุม

(4.) นำถาดเพาะดอกดาวเรืองเปล่ามาวางบนถาดเพาะที่ใส่วัสดุเพาะแล้ว จากนั้นกดถาดเปล่า เพื่อทำหลุม โดยหลุมที่กดควรมีขนาดลึกพอดีกับเมล็ด ประมาณ 0.5 ซม.

(5.) ทำการหยอดเมล็ดพันธุ์ดาวเรือง 1 เมล็ดต่อ 1 หลุม

(6.) นำวัสดุเพาะดอกดาวเรืองที่ยังไม่ได้ผสมน้ำมาใส่ตะกร้าเพื่อร่อนกลบเมล็ดดาวเรือง โดยกลบให้มิดเมล็ดดาวเรือง เนื่องจากดาวเรืองไม่ต้องการแสงในการงอก และเป็นการรักษาสภาพความชื้นในการงอกของเมล็ดดาวเรือง

(7.) พ่นสารเคมี โพรพาโมคาร์ อัตรา 1 ซีซี ต่อ น้ำ 1 ลิตร หรือ เมทาแลกซิล1 กรัม ต่อน้ำ 1 ลิตร พ่นให้ทั่วถาดเพาะดาวเรืองเพื่อป้องกันโรคเน่าคอดินอีกครั้ง

(8.) นำถาดเข้าไปในบริเวณที่พรางแสง 80% – 90% และรักษาความชื้นโดยการพ่นน้ำ อย่าให้ถาดเพาะแห้งจนเกินไปเพราะจะทำให้เมล็ดดาวเรืองไม่งอกหรือแฉะจนเกินไป อาจทำให้เป็นโรคเน่าคอดินในระยะงอกของเมล็ดได้

เอกะพาปลูก พามาพบกับการปลูกดาวเรืองตัดดอก จากเมล็ดพันธุ์ดาวเรืองมาฝากกันจ๊า หลายๆท่านอาจจะรู้จักการปลูกดอกดาวเรืองกันบ้างแล้ว ในตอนนี้ เอกะพาปลูก มีวิธีการปลูกแบบง่ายๆ เข้าใจง่ายๆ จากเมล็ดพันธุ์ดอกดาวเรือง มาแนะนำค่าา เอกะพาปลูก ตอนที่ 2 กันแล้ว ฝากติดตามกันด้วยนะคะ ตอนนี้มารู้จักตอนที่ 2 ของการปลูกดอกดาวเรืองกันดีกว่า

ตอนที่ 2 การดูเเลต้นกล้าดาวเรือง การย้ายปลูกต้นกล้าดาวเรือง การเตรียมแปลงดาวเรือง การย้ายปลูก และวิธีดูแลหลังย้ายปลูกดอกดาวเรือง

✿ การดูแลต้นกล้าดอกดาวเรือง แบ่งออกเป็น 4 ระยะ ดังนี้

✿ ระยะที่ 1 เป็นระยะที่ต้นกล้าเริ่มงอก

หลังจากเพาะเมล็ดดอกดาวเรืองแล้ว 3-5 วัน ใน ระยะนี้ควรรักษาความชื้นโดยการพ่นน้ำและนำไปในที่ พรางแสง 50%

✿ ระยะที่ 2 เป็นระยะใบเลี้ยงเริ่มแผ่

โดยใช้เวลาจากระยะแรก 1-2 วัน ควรนำออกแดดจัดเพื่อป้องกันต้นกล้าดาวเรืองยืดเข้าหาแสง ในช่วงนี้ 1-2 วันควรรักษาความชื้นไว้อยู่ เนื่องจากต้นกล้ายังเล็ก เมื้อต้นกล้าแข็งแรงควรปล่อย ให้ผิววัสดุปลูกแห้งบ้างเพื่อป้องกันโรคเน่าคอดิน และจะทำให้ต้นกล้าดาวเรืองแข็งแรงกว่าการให้น้ำตลอดเวลา ในระยะนี้ยังไม่ควรให้ปุ๋ยเนื่องจากต้นกล้าดาวเรืองยังมีอาหารสะสมอยู่ และในตัววัสดุเพาะเองมีการใส่ธาตุอาหารไว้ในระดับหนึ่งแล้ว

✿ ระยะที่ 3 เป็นระยะที่เริ่มมีใบจริง 1 คู่

เริ่มให้ปุ๋ยทางน้ำโดยผสมปุ๋ยสูตร 15-0-0 (แคลเซียมไนเตรท) หรือปุ๋ย สูตร 20-20-20 อัตรา 3 กรัม ต่อน้ำ 10 ลิตร 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ปุ๋ย 46-0-0 หรือ ยูเรีย เพราะจะทำให้ต้นกล้าดาวเรืองอ่อนแอ

หมายเหตุ : ความชื้นควรปล่อยให้ผิวหน้าวัสดุปลูกแห้ง แต่ต้นไม่เหี่ยว จึงจะทำการรดน้ำหรือให้ปุ๋ยจนชุ่ม

✿ ระยะที่ 4 เป็นระยะที่เริ่มมีใบจริง 2 คู่

เพิ่มการให้ปุ๋ย โดยให้ปุ๋ยสูตร 15-0-0 หรือ 20-20-20 อัตรา 6 กรัม ต่อน้ำ 10 ลิตร

หมายเหตุ : ความชื้นเหมือนกันกับระยะที่ 3

✿ การเตรียมแปลง การย้ายปลูก และวิธีการดูแลหลังย้ายปลูกดาวเรือง
การเตรียมแปลงดาวเรือง

✿ การไถพรวน

ควรไถลึกประมาณ 30 – 50 ซม. และหว่านปูนขาวโดโลไมท์อัตรา 200 – 400 กก./ไร่ เพื่อปรับสภาพดินตากทิ้งไว้ 4 – 5 วัน จากนั้นตีพรวนดินให้ละเอียด และขึ้นแปลงปลูกดาวเรืองขนาด 1.20 เมตร สำหรับแปลงคู่ และ 40 – 50 ซม. สำหรับแปลงเดี่ยว

► แปลงเดี่ยวขนาดประมาณ 40 – 50 ซม.

► แปลงคู่ ขนาดประมาณ1.20 เมตร

✿ การใส่ปุ๋ยรองพื้น

ก่อนปรับแปลงปลูกควรเพิ่มธาตุอาหารให้เป็นไปตามความต้องการของดอกดาวเรือง ในปริมาณที่เพียงพอ เช่น หว่านปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 25 – 30 กก./ไร่ ถ้าหากดินที่ทำการปลูกดาวเรืองเป็นดินเหนียวควรเพิ่มอินทรีย์วัตถุลงไป เช่น ปุ๋ยคอก ขี้ไก่ ขุ๋ยมะพร้าว และ อื่นๆ เมื่อทำการหว่านปุ๋ย หรือเติมอินทรีย์วัตถุลงไปแล้วให้คลุกเคล้าและเกลี่ยแปลงดอกดาวเรืองให้เรียบ

► ปุ๋ยสูตร 15-15-15

► ปุ๋ยคอก

► เมื่อทำการหว่านปุ๋ยแล้ว หรือเติมอินทรีย์วัตถุลงไปแล้วให้คลุกเคล้าและเกลี่ยแปลงดอกดาวเรืองให้เรียบ

✿ วิธีการย้ายปลูกดาวเรือง
ควรย้ายต้นกล้าดาวเรืองที่มีอายุไม่เกิน 20 วัน หรือมีจำนวนใบจริง 2-3 คู่ ไม่ควรย้ายต้นกล้าดาวเรือง ที่มีอายุมากเกินไปเพราะระบบรากจะแผ่กระจายได้ช้า เนื่องจากระบบรากนั้นแก่เกินไป ดังนั้นควรย้ายกล้าดาวเรืองระหว่าง 15-20 วัน จะทำให้รากของต้นกล้าดาวเรืองมีการพัฒนาได้ดีกว่า การหาอาหารของรากก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น

✿ ช่วงเวลาในการย้ายปลูกดาวเรือง

ช่วงเวลาที่เหมาะสมแก่การย้ายปลูกกล้าดาวเรืองคือช่วงเย็น (แดดไม่แรง) เพื่อช่วยลดการสูญเสียน้ำของต้นกล้าส่งผลให้ต้นกล้าดอกดาวเรืองมีการตั้งตัวได้ดีหลังการย้ายปลูก

✿ ระยะที่เหมาะสมต่อการปลูกดาวเรือง

ระยะปลูกดอกดาวเรืองในแต่ละฤดูกาลจะมีความแตกต่างกันตามความเหมาะสม ดังนี้

– ฤดูร้อน และ ฤดูหนาว ระยะ 35-40 ซม. X 35-40 ซม. แนะนำให้ปลูกแถวคู่ จะให้ผลดีกว่าแถวเดี่ยว เนื่องจากแถวคู่จะช่วยเก็บความชื้นในดินได้ดีกว่าแถวเดี่ยว

– ฤดูฝน ระยะ 50 ซม. X 50 ซม. แนะนำให้ปลูกแถวเดี่ยว เนื่องจากจะสามารถช่วยลดการเกิดโรคพืชได้ ความลึกของหลุมประมาณ 4-5 ซม. และพยายามปลูกต้นกล้าดาวเรืองให้ตั้งตรง

✿ การให้น้ำ
ช่วงหลังการย้ายปลูกดอกดาวเรืองควรให้น้ำสม่ำเสมอจนต้นฟื้นตัว ใช้ระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นควรรักษาความชื้นในดินให้เหมาะสมไม่แห้งจนต้นดอกดาวเรืองเหี่ยว และไม่แฉะหรือน้ำขังเป็นเวลานานเกินไป หากดินขาดความชื้นจะทำให้แมลงพวกเพลี้ยไฟ ไรแดง ระบาดได้ง่าย และหากดินมีน้ำขังหรือแฉะจนเกินไปก็จะทำให้เกิดโรคได้ง่ายเช่นกัน

✿ การให้ปุ๋ย
แนะนำให้ละลายน้ำรดเพราะพืชจะสามารถนำไปใช้ได้เลย อัตรา 1 กก. /น้ำ 100 ลิตร 1 ครั้งต่อสัปดาห์

หมายเหตุ – ควรหลีกเลี่ยงปุ๋ยสูตร 46-0-0 , 25-7-7 หรือพวกแอมโมเนียม เพราะจะทำให้เป็นโรคไส้กลวง ในช่วงฤดูฝน ให้ธาตุอาหารรอง เช่น แคลเซียม, โบรอน หรือธาตุอาหารอื่นที่จำเป็น

✿วิธีการดูเเลหลังย้ายปลูกดาวเรือง
การกลบโคน

การกลบโคนต้นถือเป็นสิ่งสำคัญในการปลูกดาวเรือง เนื่องจากการกลบโคนจะช่วยให้ดาวเรืองแตกรากใหม่ออกมาได้มากขึ้น ทำให้ดาวเรืองสามารถหาอาหารได้มากขึ้น การเจริญเติบโตก็มากขึ้นตามไปด้วย ควรกลบโคนอย่างน้อย 2 ครั้ง ในช่วงหลังเด็ดยอดและก่อนออกดอก โดยการโรยปุ๋ยเม็ดสูตร 15-15-15 และทำการกลบโคนให้ชิดกับข้อใบคู่ล่างสุด

✿ การเด็ดยอด

ควรทำการเด็ดยอดดอกดาวเรืองหลังการย้ายปลูกประมาณ 10 – 15 วัน ต้องมีใบจริงอย่างน้อย 3 คู่ เด็ดยอดออก 1 คู่ โดยใช้มือด้านหนึ่งจับข้อที่ต้องการเด็ด และโน้มกิ่ง ด้านบนลงจนหักชิดข้อที่จับ ช่วยในการแตกทรงพุ่ม ของลำต้นและความสูงให้สม่ำเสมอกัน แต่ดาวเรือง ที่ทำการเด็ดยอดจะทำให้การออกดอกช้าลงประมาณ 1 สัปดาห์ ในช่วงวันสั้นหรือฤดูหนาว แนะนำให้เด็ดยอดเพื่อให้ลำต้นสมบูรณ์แข็งแรง ไม่ออกดอกเร็วจนเกินไป

✿ การจัดการเพื่อให้ดาวเรืองออกดอกต่อเนื่อง

– ตัดดอกที่เสียออกจากแปลงปลูก

– ให้ความชื้นสม่ำเสมอ

– ให้ธาตุอาหารรอง เช่น แคลเซียม โบรอน แมกนีเซียม สังกะสี หรือธาตุอาหารอื่นที่จำเป็น

 

 

 

ป้ายกำกับ:,

Leave a Reply